ฤดูกาลแห่งการพิสูจน์ตัวเองของเด็กหนุ่ม ‘เคอร์ติส โจนส์’

Curtis Jones, Jurgen Klopp, Liverpool, Premier League, UEFA Champions League, Ufabet, Ufaclub.live, พรีเมียร์ลีก, ยูฟา แชมเปียนส์ลีก, ลิเวอร์พูล, สมัครยูฟ่าคลับ, หงส์แดง, เคอร์ติส โจนส์

เคอร์ติส โจนส์ ถือเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคนหนึ่งในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ซีซันใหม่ที่กำลังจะมาถึงอาจเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญกับทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็เป็นได้

เราได้เห็น โจนส์ ในทีมชุดใหญ่มาระยะหนึ่งจนลืมไปว่าเจ้าหนูนี่เพิ่งจะอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น ซึ่งหากนับกันจริง ๆ นี่คือปีที่ 4 ในการเล่นฟุตบอลระดับสูงของแข้งรายนี้

กองกลางดาวรุ่งถูกดันขึ้นมาจากทีมอายุต่ำกว่า 18 ปีเมื่อซีซัน 2017-2018 ซึ่งตอนนั้นมี สตีเวน เจอร์ราร์ด เป็นคนปลุกปั้น แต่ก็ไม่เคยได้ลงเล่นให้กับทีม จนกระทั่งในฤดูกาลต่อมา เขาจึงได้รับโอกาส ซึ่งเป็นเพียงการลงเล่นในฟุตบอล เอฟเอคัพ เพียงนัดเดียว ก่อนที่ซีซัน 2019-2020 จึงได้แจ้งเกิดเต็มตัวกับการเล่นทั้ง พรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ และ คาราบาวคัพ รวมกัน 12 นัดและยิงได้ 3 ประตู

ซีซัน 2020-2021 โจนส์ ได้ลงสนามมากขึ้นและเป็นปีแรกที่เขาได้ลงเล่นในรายการใหญ่อย่าง ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก นั่นอาจจะเป็นเพราะทีมเจอกับวิกฤติในการขาดแคลนเซ็นเตอร์แบ็คทำให้ต้องดึง ฟาบินโญ ไปยืนในแนวรับ รวมทั้งอาการบาดเจ็บของ ติอาโก้ อัลคันทารา โอกาสจึงตกมาอยู่กับแข้งวัยรุ่นรายนี้มากขึ้น

ถึงตรงนี้ดูเหมือนว่ากราฟชีวิตของมิดฟิลด์หนุ่มจะค่อย ๆ ไต่ระดับสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ หลายคนมองว่าเขาจะเป็นอนาคตของ ลิเวอร์พูล หลายเสียงเห็นว่านี่คือตัวแทนของ จีนี ไวจ์นัลดุม ด้วยซ้ำ แถมยังดูเหมือนว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ จะชื่นชอบเขาเป็นพิเศษ

หากแต่การลงเล่นในฤดูกาลล่าสุดนั้นมีเรื่องของโชคชะตามาเกี่ยวข้อง เริ่มจากที่ โจนส์ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะในเกมสุดท้ายของช่วงพรี-ซีซัน ทำให้เจ้าตัวอดลงสนามในช่วง 4 เกมแรก กลายเป็นโอกาสมาตกที่ ฮาร์วีย์ เอลเลียต ที่เปิดตัวได้อย่างสวยงาม แต่จาก “เจ้าจุก” ก็ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าบิดในเกมที่ 4 ของฤดูกาลที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ลีดส์ ไป 3-0 ทำให้ต้องพักยาวหลายเดือน นั่นจึงเป็นโอกาสมิดฟิลด์หมายเลข 17 ได้กลับคืนสู่ทีมอีกครั้ง

แข้งวัย 21 ปีออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยการลงทำหน้าที่กองกลางหมายเลข 6 ในศึก คาราบาวคัพ ที่ชนะ นอริช 3-0 จากนั้นอีก 4 วันต่อมาก็ยิงประตูแรกของตัวเองได้ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่เสมอกับ เบรนท์ฟอร์ด 3-3 และอีก 4 วันให้หลังจากนั้นก็ระเบิดฟอร์มทำ 3 แอสซิสต์ในเกมที่บุกไปถล่ม ปอร์โต้ 5-1 ใน แชมปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม จนทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องออกมายกย่องว่า “นายมันสุดยอด เคอร์ติส!” ซึ่งทำให้เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดที่ 4 ในเกมสำคัญกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ลงเอยด้วยการเสมอกันอย่างสุดมัน 2-2 ที่สนาม แอนฟิลด์ ก่อนจะได้รับบาดเจ็บเป็นครั้งที่ 2 ที่โคนขาหนีบจากการไปเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุด U-21 ในเดือนตุลาคม ส่งผลให้เขาต้องพลาดการลงสนามเกมลีกอีก 2 เกมต่อมา

Curtis Jones, Jurgen Klopp, Liverpool, Premier League, UEFA Champions League, Ufabet, Ufaclub.live, พรีเมียร์ลีก, ยูฟา แชมเปียนส์ลีก, ลิเวอร์พูล, สมัครยูฟ่าคลับ, หงส์แดง, เคอร์ติส โจนส์

ดูเหมือนว่าอุปสรรคจะยังไม่หมดแค่นั้ เพราะหลังจากที่กลับมาลงสนามเขาก็มาได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาในระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อเดือนพฤศจิกายนก่อนเกมที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ แอตเลติโก้ มาดริด ใน แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม แถมยังเจอวิกฤติตามมาติด ๆ นั่นคือการติดเชื้อโควิด รวมแล้วทำให้เขาหายหน้าไปจากทีมถึง 1 เดือนครึ่งหรือไม่ได้ลงเล่น 12 นัดเลยทีเดียว

สิ่งที่เกิดขึ้นกับดาวรุ่ง หงส์แดง นั้นถือเป็นการขัดขวางการพัฒนาฝีเท้าของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ทำให้ คล็อปป์ ต้องออกมากระตุ้นให้เจ้าตัวรีบยกระดับตัวเองและกลับมาพิสูจน์ตัวเองให้ได้อีกครั้ง ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลเพราะหลังจากนั้นเขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงถึง 9 นัดและลงเล่นเป็นตัวสำรองอีก 2 เกมจากทั้งหมด 15 นัดในช่วงที่ไม่มี นาบี เกอิต้า และ ติอาโก้ อัลคันทารา ซึ่งรายแรกเดินทางไปเล่น แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ส่วนรายหลังได้รับบาดเจ็บและมีปัญหาเรื่องความฟิต

ช่วงเวลาดังกล่าว โจนส์ ได้กลายเป็นนักเตะที่มีฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอที่สุดคนหนึ่งของ ลิเวอร์พูล ซึ่ง เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็แสดงพอใจในผลงานของเด็กปั้นรายนี้เป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่พ่ายให้กับ อินเตอร์ มิลาน ใน แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายเลกที่ 2 เมื่อเดือนมีนาคมแล้วกลายเป็นว่าเจ้าตัวได้รับโอกาสลงอีกแค่ 6 นัดโดยได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 3 เกมเท่านั้น

ว่ากันว่าปัญหาสำคัญของแข้งจากอคาเดมีรายนี้คือ การไม่สามารถรักษาระดับคุณภาพของเกมการเล่นให้ต่อเนื่องได้ในทุก ๆ นัด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้เพราะบทบาทของเขาตอนที่อยู่ในทีมชุด U23 นั้นคือมิดฟิลด์ตัวรุกที่ได้รับอิสระในการเล่นมากกว่า แตกต่างจากการทำหน้าที่ให้กับ เยอร์เก้น คล็อปป์ ในทีมชุดใหญ่ที่จะเน้นการขับเคลื่อนเกมด้วยพละกำลัง ครองบอล และเน้นการผ่านบอลจากแดนกลางเชื่อมกับแดนหลังและหน้า

แม้จะไม่ใช่หน้าที่ที่ตัวเองถนัด แต่ โจนส์ ก็ยังเป็นนักเตะที่จ่ายบอลแม่นยำที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วโดยทำได้ถึง 90.4 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังโดนแฟนบอลบางส่วนประเมินความสามารถของเขาต่ำเกินความเป็นจริงเหมือนกับที่ จีนี ไวจ์นัลดุม มักจะโดนวิจารณ์อยู่เสมอเมื่อตอนที่ยังเล่นในถิ่น แอนฟิลด์

อย่างไรก็ตาม, การที่ ลิเวอร์พูล กำลังเตรียมตัวสู่ซีซันใหม่ด้วยการไร้กองกลางตัวใหม่เข้ามาเสริมทัพ จึงเป็นโอกาสที่เปิดกว้างอีกครั้งของ โจนส์ ในการก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญท่ามกลางความโรยรายและปัญหาเรื่องความฟิตของแข้งรุ่นพี่อย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์ และ ติอาโก้ อัลคันทารา และเมื่อบวกกับข่าวที่ว่า คล็อปป์ อาจจะนำแท็คติก 4-2-3-1 มาใช้อีกครั้งหลังจากที่คว้าตัว ดาร์วิน นูนเญซ มาเสริมทัพ อาจทำให้แข้งวัย 21 ปีได้ใช้ความสามารถในเกมรุกของเขาเพิ่มมากขึ้นและกลับมาแจ้งเกิดก็เป็นได้

แน่นอนว่าในซีซันหน้าเขาจะต้องเจอกับคู่แข่งในวัยใกล้เคียงกันอย่าง ฮาร์วีย์ เอลเลียต, ไทเลอร์ มอร์ตัน และ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ รวมทั้งพวกดาวรุ่งที่พร้อมจะถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อีกหลายคน แต่การที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ปฏิเสธการขอยืมตัวจาก อาร์เบ ไลป์ซิก และ แอสตัน วิลลา แสดงว่าเขายังมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวกองกลางดาวรุ่งรายนี้ ที่เหลือก็อยู่ที่ตัวนักเตะเองที่จะต้องแสดงออกมาว่าเขาคู่ควรกับการเล่นให้ ลิเวอร์พูล ขนาดไหน

ดังนั้นฤดูกาลหน้าจึงจะเป็นการพิสูจน์ว่า เคอร์ติส โจนส์ จะดีพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็นอนาคตของทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ได้หรือไม่…

ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top