จุดเริ่มต้นแห่งความฝันอันยิ่งใหญ่ของ หลุยส์ ดิอาซ

ลิเวอร์พูล, ข่าวซื้อ-ขายนักเตะ, หงส์แดง, Liverpool

แม้ว่า หลุยส์ ดิอาซ จะย้ายเข้ามาร่วมทีม ลิเวอร์พูล และได้เจอกับ เยอร์เก้น คล็อปป์ และเพื่อนร่วมทีมเป็นครั้งแรกที่ แอ็กซา เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่เจ้าตัวก็ได้โอกาสให้ลงเล่นให้กับทีมไปแล้ว 2 เกมติดต่อกัน

และที่เจ๋งมาก ๆ เลยนั่นคือ เขายังดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวราวกับว่าลงสนามพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมหน้าใหม่กันมาเป็นปีด้วย!

เริ่มที่เกมกับ คาร์ดิฟ ที่แฟนบอลได้เห็นฝีเท้าของ ดิอาซ กันเป็นครั้งแรกหลังถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย ซึ่งเจ้าตัวแผลงฤทธิ์โชว์ทักษะพร้อมความมุ่งมั่นจนนำมาสู่การมีส่วนร่วมในประตูที่ 2 ของเกม ตามด้วยเสียงชื่นชมหนาหู

จากนั้นไม่นาน เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็ทำเซอร์ไพรส์ ออกสตาร์ทเกมรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีด้วยการใส่ชื่อของอดีตดาวเตะปอร์โต้ประจำการที่กราบซ้ายในแผงเกมรุกแบบที่ไม่มีใครคาดคิด

และ ดิอาซ ก็ไม่ทำให้เจ้านายและเหล่า เดอะค็อป ต้องผิดหวัง ตั้งแต่นาทีแรกของเกมเขาก็เริ่มประสานงานร่วมกับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ช่วยกันปั่นป่วนเกมรับฝั่งขวาของผู้มาเยือนชนิดที่ไม่ให้ได้หายใจหายคอ ใครไม่รู้ก็อาจจะนึกว่า 2 คนนี้เคยเล่นด้วยกันมาแล้วหลายปี

อย่างไรก็ตาม, เชื่อว่าสิ่งที่ได้ใจแฟน ๆ และ เยอร์เก้น คล็อปป์ นั้นไม่ใช่แค่ความโดดเด่นในเกมรุกและการยิงไกลปานลูกระเบิดเท่านั้น แต่มันคือทัศนคติในการเล่นและความเข้าใจเกมที่สูงลิ่ว ซึ่งแสดงให้เห็นเมื่อตอนที่เสียบอลและพยายามไล่บีบไล่แย่งกลับมาเพื่อไม่ให้คู่แข่งทำเกมได้สะดวก และพร้อมสร้างเกมรุกเอาคืนแบบทันควัน

สิ่งนี้แหละ คือแก่นแท้ของปรัชญาการทำทีมในสไตล์ เยอร์เก้น คล็อปป์ หรือที่เราเรียกว่า “เกเก้นเพรสซิ่ง” นั่นเอง

เมื่อพูดถึงความโดดเด่นในเกมรุก ในเกมนี้เราได้เห็น ดิอาซ เคลื่อนที่ในเกือบทุกพื้นที่ในแดนหน้า แม้ว่าตำแหน่งประจำของเขาคือฝั่งซ้าย แต่ก็มีหลายจังหวะที่มักหุบเข้ามาในกรอบเขตโทษ  บางครั้งก็โผล่ไปยืนอยู่ตรงหน้ากรอบเขตโทษ และยังมีมีแอบแวบไปเล่นด้านขวาบ้าง ซึ่งการเคลื่อนที่เช่นนี้สร้างความอันตรายให้กับแนวรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เกือบทั้งเกม

การเล่นแบบนี้ทำให้กองหลังทีมเยือนจับทางไม่ถูก และทำให้เขาสามารถเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษได้ในหลายจังหวะ โดยเฉพาะช็อตที่เจ้าตัวเกือบทำประตูแรกของตัวเองได้ จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้บอลตรงหัวกะโหลกหน้ากรอบเขตโทษแล้วผ่านบอลทะลุช่องไปให้ ดิอาซ ที่สอดเข้าไปในกรอบพอดี แต่น่าเสียดายที่โดนบีบมุมแคบ ทำให้ยิงไปติด แคสเปอร์ ชไมเคิล ออกไปอย่างน่าเสียดาย

ซึ่งการวิ่งพล่านและมีส่วนในแนวรุกในหลาย ๆ ตำแหน่งเช่นนี้ทำให้คู่ต่อเตรียมตัวมารับมือได้ยาก และเชื่อว่านี่จะเป็นการสร้างมิติใหม่ในเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ที่ขาดหายไปนาน

สถิติของแข้งโคลอมเบียนในเกมนี้สามารถพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของเขาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการผ่านบอลสำเร็จ 40 จาก 44 ครั้งหรือคิดเป็น 91% มีการสัมผัสบอลทั้งเกม 68 ครั้ง ได้โอกาสยิงมากที่สุดในทีมถึง 4 ครั้ง เลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้สำเร็จ 5 ใน 7 ครั้งมากที่สุดในสนาม เอาชนะการดวลกับคู่ต่อสู้ได้ 2 ใน 3 ครั้ง และสร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูได้ 1 ครั้ง

น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่ไม่สามารถทำประตูแรกของตัวเองได้ แต่ฟอร์มแบบนี้ก็ถือได้ว่าเป็นก้าวแรกที่จะช่วยให้ หลุยส์ ดิอาซ กลายเป็นกำลังสำคัญของ ลิเวอร์พูล ในอนาคตได้ไม่ยาก

ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top