ลิเวอร์พูล – อาร์เซนอล กับ 5 ประเด็นหลังเกม แบ่งแต้มกันแบบสุดมันส์

ลิเวอร์พูล – อาร์เซนอล เกมบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ที่ 18 ในรายการ พรีเมียร์ลีก ที่แม้ผลการแข่งขัน จะจบด้วยการแบ่งแต้มกันไปก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่า นี่คือเกมระดับ 5 ดาวของทั้ง 2 ทีม อีก 1 เกมในฤดูกาลปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ในเกมนี้ ทัพนักเตะของ ลิเวอร์พูล ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างเต็มที่ รวมทั้งมีโอกาสหลายจังหวะ ที่จะสามารถยิงประตูชัยเหนือผู้มาเยือนได้ แต่ก็ไม่เด็ดขาด จนสุดท้ายต้องแบ่งแต้มกันไป และนี่คือ 5 ประเด็นที่พวกเราอยากพูดถึง ในเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุดอีกเกมหนึ่งในของ หงส์แดง

1. คอสตาส ซิมิกาส เจ็บหนักในเกม ลิเวอร์พูล – อาร์เซนอล

ซิมิกาส

อาการบาดเจ็บของ คอสตาส ซิมิกาส แบ็คซ้ายชาวกรีซ หลังจากถูก บูกาโย ซากา เข้าปะทะก่อนจบครึ่งแรก จนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกไปนั้น ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่เหลือตัวเลือกในแนวรับฝั่งซ้ายที่เป็นฟูลแบ็คธรรมชาติอีกแล้ว

เห็นได้ชัดว่า ซิมิกาส ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่อย่างหนัก และอาจต้องพักยาวหลายสัปดาห์ ขณะที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็คซ้ายกัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์ ที่ได้รับบาดเจ็บไปก่อนหน้านี้ ก็ยังไม่พร้อมลงสนาม ส่งผลให้  ลิเวอร์พูล จะเหลือเพียง โจ โกเมซ เป็นตัวเลือกในทีมชุดใหญ่ เพียงรายเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในเกมกับ อาร์เซนอล นั้น โกเมซ แสดงให้เห็นว่า สามารถขยับมาทำหน้าที่แบ็คซ้ายได้อย่างไม่มีปัญหา โดยกองหลังวัย 27 ปี เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งในการรับมือกับ ซากา และมีจังหวะเติมเกมรุกสวยๆหลายครั้งเลยทีเดียว

2. จังหวะที่ ลิเวอร์พูล ควรจะได้ลูกจุดโทษ

โอเดการ์ด

หลังจากออกมาเรียกร้องเสียงเชียร์จากสาวก “เดอะ ค็อป” ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ในที่สุด คล็อปป์ ก็ได้รับสิ่งที่ตัวเองร้องขอแล้ว และไม่ว่าจะเป็นแฟนที่ถือตั๋วปี และแฟนบอลขาจร พวกเขาก็ส่งเสียงอย่างกระหึ่ม และสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมให้กับสนาม แอนฟิลด์ ตลอดทั้งเกม

แต่เสียงเชียร์จากบนอัฒจันทร์ กลับไม่สามารถกดดันผู้ตัดสิน คริส คาวานาห์ เป่าจุดโทษให้กับ ลิเวอร์พูล ได้ หลังจาก มาร์ติน โอเดการ์ด จอมทัพกัปตันทีมปืนใหญ่ มือโดนบอล ซึ่ง เดวิด คูต ผู้ตัดสิน VAR ปล่อยจังหวะดังกล่าวให้ผ่านไป

บรรดากูรูเสียงแตกเป็น 2 ฝั่ง โดยกลุ่มแรกมองว่า มันเป็นแฮนด์บอลอย่างชัดเจน แต่อีกกลุ่มมองว่า โอเดการ์ด ลื่นล้ม และมือโดนบอลแบบไม่ได้ตั้งใจ

3. อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สร้างสถิติใหม่

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เอามือกุมหัวทันทีหลังจากรู้ดีว่า พลาดโอกาสสำคัญในช่วง 15 นาทีสุดท้าย โดยแบ็คขวารองกัปตันทีม หงส์แดง ซัดบอลจากการถวายพานของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไปชนคานเต็ม ๆ แต่ผลงานตลอดทั้งเกม เจ้าตัวก็สมควรได้รับการชื่นชม  

แม้จะยิงประตูไม่ได้ แต่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ทำไป 1 แอสซิสต์ในเกม ลิเวอร์พูล – อาร์เซนอล ช่วยให้กับ ซาลาห์ ยิงตีเสมอทีมเยือนได้ ในนาทีที่ 29 แถมยังผ่านบอลสวย ๆ หลายครั้ง และในการเล่นเกมรับ ก็สามารถจัดการกับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ตัวรุก อาร์เซนอล ได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน ดาวเตะวัย 25 ปี ทำสถิติเป็นกองหลังที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก เทียบเท่ากับเพื่อนร่วมทีม ลิเวอร์พูล อย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่จำนวน 57 ครั้ง  

4. อิบราฮิมา โคนาเต้ ฟอร์มแกร่งมาก ในเกม ลิเวอร์พูล – อาร์เซนอล

อิบราฮิมา โคนาเต้

ท่ามกลางนักเตะ ลิเวอร์พูล หลายคน ที่ทำผลงานได้น่าประทับใจมากมาย แต่ผู้เล่นที่ดีที่สุดอาจเป็น โคนาเต้ ซึ่งยืนเป็นกำแพงเหล็ก ในแนวรับได้ตลอดทั้งเกม โดยกองหลังชาวฝรั่งเศส เล่นแทบไม่มีข้อผิดพลาดเลย และผ่านบอลขึ้นหน้าได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน โคนาเต้ ยังช่วย เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เซ็นเตอร์แบ็คกัปตันทีม ลิเวอร์พูล สกัดจังหวะอันตรายได้อยู่หลายครั้ง และยังบล็อกบอลจังหวะอันตราย จากการยิงของผู้เล่น อาร์เซนอล ในช่วงท้ายเกมได้อย่างเด็ดขาด

ในช่วงที่ โจเอล มาติป ปิดเทอมยาว คล็อปป์ คงไม่ต้องกังวลอีกแล้ว หลังจากเห็นฟอร์มของ โคนาเต้ ในเกมกับ อาร์เซนอล

สถิติหลังเกม Liverpool – Arsenal

5. ลิเวอร์พูล ต้องตั้งสติ และเดินหน้าต่อไป

ลิเวอร์พูล - อาร์เซนอล

ลูกทีมของ คล็อปป์ ไม่มีเวลาที่จะครุ่นคิดถึงผลการแข่งขันเกมนี้อีกแล้ว เนื่องจากโปรแกรมการแข่งขันช่วงคริสต์มาส แทบไม่มีเวลาให้นักเตะได้พักมากนัก โดย ลิเวอร์พูล จะกลับมาลงสนามอีกครั้งในวันบ็อกซิ่งเดย์ ด้วยการออกไปเยือน เบิร์นลีย์

เบิร์นลีย์ เพิ่งมีความมั่นใจ หลังจากเพิ่งบุกไปเอาชนะ ฟูแล่ม ซึ่งมองไปแล้ว ก็ไม่ใช่งานง่ายสำหรับ ลิเวอร์พูล เช่นกัน ที่จะบุกไปเอาชนะเจ้าบ้านได้ แม้จะถูกมองว่า มีขุมกำลังนักเตะที่เหนือกว่าพลพรรค “เดอะ คลาเร็ตส์” ก็ตาม

แน่นอนว่า ฤดูกาลนี้เพิ่งจะผ่านมาเพียงครึ่งทาง แต่ ลิเวอร์พูล เวอร์ชั่น 2.0 ก็กำลังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง และมีลุ้นแชมป์ครบทุกรายการ ซึ่งจะทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” ได้ลุ้นกับทีมไปจนจบซีซัน อย่างแน่นอน

ชมไฮไลท์หลังเกม Liverpool 1-1 Arsenal


ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top