Liverpool vs Southampton กับ 5 ประเด็นหลังเกมตบ “นักบุญ” เข้ารอบ 8 ทีม FA Cup

Liverpool vs Southampton ศึก เอฟเอ คัพ รอบที่ 5 ของฤดูกาลที่ 2023/24 ซึ่งเป็นฝั่งของ ลิเวอร์พูล ที่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งเช่นเคย แม้จะใช้ทีมชุดผสม ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นสำรอง และบรรดานักเตะเยาวชน แต่ก็ไล่ต้อนผู้มาเยือนอย่าง เซาธ์แฮมป์ตัน ได้สำเร็จ

ในเกมนี้นักเตะ พลพรรค หงส์แดง ทำผลงานได้ดีแทบทุกคน แม้จะเพิ่งบดกับ เชลซี ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึก คาราบาว คัพ นานถึง 120 นาที เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม ซึ่งทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็ทำตามเป้าหมายได้ ด้วยการตบเท้าเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

1. เกม Liverpool vs Southampton เกมที่จำเป็นต้องใช้งานแข้งดาวรุ่ง

เจย์เดน แดนส์

มันเป็นสถานการณ์บังคับของเกมนี้ ที่ทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องจัดทีมผสม โดยใช้งานตัวผู้เล่นจากทีมชุด U-18, U-21 และทีมชุดใหญ่ และก็เป็นอีกหนึ่งชัยชนะที่น่าเหลือเชื่อ หลังจากเกมนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ที่เฉือนเอาชนะ เชลซี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

บรรดาแข้งจากทีมเยาวชนอย่าง จาเรลล์ ควอนซาห์, บ็อบบี้ คลาร์ก, เจมส์ แมคคอนเนลล์, คอเนอร์ แบรดลีย์, ลูอิส คูมาส และ เจย์เดน แดนน์ส ได้ลงสนามกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โดยผนึกกำลังร่วมกับแข้งรุ่นพี่อย่าง โจ โกเมซ, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, โคดี้ กัคโป และ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ได้อย่างน่าประทับใจ

คูมาส ได้ลงเป็นตัวจริง โดยยืนประจำการทางริมเส้นฝั่งซ้าย โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม ด้วยการซัดไป 1 ประตูแบบคมกริบ ในขณะที่ แดนน์ส ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงครึ่งหลัง และระเบิดฟอร์มสุดยอดด้วยการซัดไป 2 ประตู พร้อมกับแสดงให้เห็น ถึงสัญชาตญาณของการเป็นกองหน้าธรรมชาติ

นอกจากนี้, ในช่วงท้ายเกม คล็อปป์ ยังมอบโอกาสให้ เทรย์ นีโอนี่ ดาวเตะวัย 16 กับ 234 วัน ลงสนาม และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุด ที่ได้ลงเล่นในศึก เอฟเอ คัพ อีกด้วย

2. รูปแบบการเล่นยังคงเหมือนเดิม แม้จะจัดทีมผสม

ลิเวอร์พูล U-18

แม้ว่าชื่อของนักเตะหลาย ๆ คน ในเกมนี้ อาจไม่คุ้นหูนักสำหรับสาวก “เดอะ ค็อป”แต่รูปแบบ และแนวทางการเล่นของ ลิเวอร์พูล ยังคงเหมือนเดิม และแทบไม่มีอะไรแตกต่าง จากสิ่งที่ทีมชุดแรกทำ โดยพลพรรค หงส์แดง ยังคงเพรสซิ่งดุดัน โจมตีเร็ว และมีการเข้าทำเกมรุกที่หลากหลาย

ขณะเดียวกัน, การตัดสินใจของ คล็อปป์ ยังคงห้าวหาญเหมือนเดิม หลังจากจับ โจ โกเมซ ไปยืนปักหลักเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ร่วมกับ เจมส์ แมคคอนเนลล์ โดยเกมกับ เชลซี เขาก็เลือกจะดัน แบรดลีย์ ขยับสูงขึ้นไปยืนเป็นปีกขวามาแล้ว

เรียกได้ว่า นักเตะ ลิเวอร์พูล ทุกคน กำลังอยู่ในช่วงที่มีความมั่นใจแบบสุด ๆ และไม่ว่าจะถูกส่งลงสนามไปเล่นในบทบาทใด พวกเขาก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี และไม่ทำให้ทีมต้องเสียสมดุลเลยแม้แต่น้อย

3. ความแข็งแกร่งของขุมกำลังเชิงลึกในเกม Liverpool vs Southampton

Liverpool vs Southampton 2

ชัยชนะในเกม Liverpool vs Southampton ไม่ควรถูกมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจากทีมที่เต็มไปด้วยตัวสำรอง และแข้งดาวรุ่ง หลังจาก คล็อปป์ ต้องเจอวิกฤตผู้เล่นในทีมชุดใหญ่บาดเจ็บ มากถึง 13 คน และต้องสับเปลี่ยนทีมลงสนามแทบทุกเกม

การที่ ลิเวอร์พูล ยืนระยะทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องนั้น มันเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงสภาพจิตใจ ของทุกคนภายในสโมสร และความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ถึงสิ่งที่ คล็อปป์ ต้องการจากนักเตะของเขา และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมผู้เล่นเยาวชนหล่านี้ จึงสามารถลงสนามในเกมล่าสุดได้

คล็อปป์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ทีมงานสต๊าฟฟ์ทุกคน และบุคลากรส่วนต่าง ๆ ภายในโมสร เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ก้าวขึ้นมายืนในจุดนี้ได้

4. ความพร้อมของนักเตะชุดใหญ่ในเกมต่อไป

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

ในช่วงเวลานี้เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า นักเตะทีมชุดแรก มีใครบ้างที่พร้อมลงสนามในเกมถัดไป ที่จะต้องบุกไปเยือน ฟอเรสต์ และความเป็นไปได้มากที่สุดคือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดาร์วิน นูเนซ, วาตารุ เอนโด และ โดมินิค โซบอสไล น่าจะกลับมามีส่วนร่วมกับทีมอีกครั้ง

นอกจากนี้, คล็อปป์ ยังมีนักเตะจำนวนหนึ่งที่เล่นในเกม Liverpool vs Southampton ให้เลือกใช้งานได้ เช่น กัคโป, โกเมซ, คอสตาส ซิมิกาส และ เอลเลียตต์ ในขณะที่ ฟาน ไดจ์ค และ อิบราฮิมา โคนาเต้ ก็ลงเล่นแค่คนละ 45 นาที จึงสามารถลงเป็นตัวจริงในเกมที่ ลิเวอร์พูล จะต้องบุกไปเจอกับ ฟอเรสต์ ได้

แน่นอนว่า ควอนซาห์, คลาร์ก, แมคคอนเนลล์, แบรดลีย์,  คูมาส และ  แดนน์ส ก็พร้อมรอคอยโอกาสของตัวเองเช่นกัน

5. ลิเวอร์พูล จะแข็งแกร่งมากขึ้น เมื่อนักเตะตัวหลักกลับมา

ลิเวอร์พูล

เมื่อนักเตะกลับมาฟิตสมบูรณ์ทั้งหมด, ลิเวอร์พูล จะกลายเป็นทีมที่มีขุมกำลังขนาดใหญ่ และทดแทนกันได้ในการลงเล่นทุกรายการ ที่ยังมีส่วนร่วม และการลุ้นแชมป์ 4 รายการ คงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างมากเลยทีเดียว

มันอาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ที่เราจะได้เห็น อลิสซอน เบคเกอร์, ดิโอโก โชต้า, เคอร์ติส โจนส์, ไรอัน กราเฟนแบร์ก และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กลับมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เชื่อว่า คงกินเวลาไม่เกินสิ้นเดือนมีนาคม บรรดาแข้งเหล่านี้บางส่วน พร้อมจะเป็นตัวเลือกให้กับ เยอร์เก้น คล็อปป์ อีกครั้ง


ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top