สิ่งที่ ‘ลิเวอร์พูล’ ได้มากกว่าชัยชนะ 9-0

Jurgen Klopp, Liverpool, Bournemouth, Premier League, UEFA Champions League, Ufabet, Ufaclub.live, Roberto Firmino, Virgil Van Dijk, Trent Arnold, Luis Diaz, Harvey Elliott, Fabio Carvalho, พรีเมียร์ลีก, ยูฟา แชมเปียนส์ลีก, ลิเวอร์พูล, สมัครยูฟ่าคลับ, หงส์แดง, แดงเดือด

เกมที่ ลิเวอร์พูล สามารถเปิด แอนฟิลด์ ถล่มผู้มาเยือนอย่าง บอร์นมัธ ได้อย่างราบคาบถึง 9-0 นั้น ไม่ใช่ผลการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ในโลกของฟุตบอลยุคสมัยนี้ ที่เรื่องของแท็คติก เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์การแพทย์ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย

จริงอยู่ที่ในยุคของ พรีเมียร์ลีก นั้นมี 2 ทีมที่ทำได้มาก่อนหน้า นั่นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ชนะ อิปสวิช ทาวน์ 1994-1995 และ เซาแธมป์ตัน 2020-2021), เลสเตอร์ ซิตี้ (ชนะ เซาแธมป์ตัน 2019-2020) และ หงส์แดง คือทีมที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่ทำได้สำเร็จจากเกมเมื่อคืนนี้และยังถือเป็นครั้งแรกของพวกเขาอีกด้วย

ก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้น ดูเหมือนว่าทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ มีปัญหาทุกจุด ทั้งเรื่องของตัวผู้เล่น แท็คติก และสภาพจิตใจ โดยเฉพาะสิ่งที่เราได้เห็นจากความพ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อสัปดาห์ก่อน มันคือ ลิเวอร์พูล ที่ดูหมดหวังเสียเหลือเกิน

ใครหลายคนจึงเชื่อว่าการกลับมาเปิดบ้านเจอกับน้องใหม่อย่าง บอร์นมัธ จึงถือเป็นจังหวะที่พอเหมาะพอเจาะที่ทีมจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมา เพราะมันไม่มีเกมไหนจะเหมาะสมเท่ากับเกมนี้อีกแล้ว ถ้าพวกเขาจะคืนฟอร์มก็ต้องรีบทำตั้งแต่นัดนี้ จะชนะเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่ 3 คะแนนเพื่อเรียกพลังและกำลังใจ

Fabio Carvalho, Harvey Elliott, Thiago Alcantara, Fabinho, Jordan Henderson, Calvin Ramsay, Curtis Jones, Joel Matip Jurgen Klopp, John W. Henry, Liverpool, Premier League, UEFA Champions League, Ufabet, Ufaclub.live, พรีเมียร์ลีก, ยูฟา แชมเปียนส์ลีก, ลิเวอร์พูล, สมัครยูฟ่าคลับ, หงส์แดง, แดงเดือด, ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์, คาลวิน แรมซีย์, เคอร์ติส โจนส์, โจเอล มาติป, ติอาโก อัลคันทารา, ฟาบินโญ

แม้ว่าสถิติที่ผ่านในการเจอกันของทั้งคู่ หงส์แดง จะเหนือกว่า แต่เมื่อวัดจาก 2 เกมแรกที่เจอกับทีมรองบ่อนอย่าง ฟูแลม และ คริสตัล พาเลซ เชื่อว่ากองเชียร์ก็ใจไม่ดีเหมือนกัน กลัวเจอบอลสวนกลับ กลัวโดนยิงนำ กลัวต้องตามตีเสมอ และสุดท้ายก็ได้แค่คะแนนเดียว หรือไม่ได้อะไรเลย

อลิสซอน เบ็คเกอร์ ออกมาให้สัมภาษณ์หลังพ่ายศึกแดงเดือดว่า ทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก รู้หมดแล้วว่าพวกเขาจะเล่นอย่างไร พูดง่าย ๆ ก็คือฟุตบอลแบบ ลิเวอร์พูล โดนจับทางได้หมดแล้ว คำถามที่ตามมาก็คือทีมจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานี้

จริง ๆ คำตอบมันชัดเจนมานานพอสมควร เพราะ เยอร์เก้น คล็อปป์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เมื่อทีมของเขาฟอร์มไม่ดี โดนคู่แข่งจับทางได้ วิธีเดียวที่จะต้องทำคือ ทำงานให้หนักมากขึ้น เล่นในแบบของตัวเองต่อไป และรักษาความฟิตของนักเตะเอาไว้ให้ได้ ทุกอย่างจะตามมาเอง

ซึ่งมันแสดงออกมาในเกมที่ถล่ม บอร์นมัธ 9-0

สังเกตได้ว่าการจัดตัวของ คล็อปป์ แม้ทีมจะย่ำแย่ขนาดไหน เขาก็ยังยึดรูปแบบการเล่น 4-3-3 เหมือนเดิม อาจจะเปลี่ยนแค่ตัวนักเตะในบางตำแหน่ง ซึ่งเกมเมื่อคืนนี้เราก็ได้เห็น ฟาบินโญ กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง เจมส์ มิลเนอร์ โดนดร็อปไป พร้อมกับการใช้งาน ฮาร์วีย์ เอลเลียต ต่อเนื่อง

นักเตะที่ฟอร์มแย่ในเกมแดงเดือดอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดค์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน ยังคงได้ลงสนาม เหตุผลสำคัญคือตอนนี้ไม่มีตัวโรเทชั่นแล้ว ต้องเอาคนที่ดีที่สุดลงเล่น เพียงแต่สิ่งที่ไม่เหมือนสัปดาห์ก่อนก็คือสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง มุ่งมั่น และเข้มข้นกว่าเดิม

จะเห็นได้ว่า คล็อปป์ แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยในเรื่องของรูปแบบ แท็คติก และการเล่น พวกเขายังเล่นเหมือนเดิมเพิ่มเติมที่สภาพภายในดีขึ้นและถูกกระตุ้นมาอย่างหนัก เราจึงได้เห็นเกมที่ดุดันและแววตาที่มุ่งมั่นมากขึ้น

Jurgen Klopp, Liverpool, Bournemouth, Premier League, UEFA Champions League, Ufabet, Ufaclub.live, Roberto Firmino, Virgil Van Dijk, Trent Arnold, Luis Diaz, Harvey Elliott, Fabio Carvalho, พรีเมียร์ลีก, ยูฟา แชมเปียนส์ลีก, ลิเวอร์พูล, สมัครยูฟ่าคลับ, หงส์แดง, แดงเดือด

บางคนบอกว่านักเตะชุดนี้อิ่มตัวแล้ว แก่แล้ว เพรสไม่ไหว แต่ใครจะรู้ว่าหลังจบเกมแดงเดือด คล็อปป์ พูดอะไรกับลูกทีมถึงทำให้พวกเขากลับมาเป็น ลิเวอร์พูล ที่น่าเกรงขามเหมือนเดิม

นอกจากจิตวิญญาณของความเป็น “เกเก้นเพรสซิ่ง” จะกลับคืนสู่ร่าง สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการค่อย ๆ ใส่ความเปลี่ยนแปลงลงไปในทีมในแบบที่เราไม่รู้ตัว ซึ่ง ฮาร์วีย์ เอลเลียต คือสิ่งนั้น เขาคือนักเตะที่ คล็อปป์ พยายามสอดแทรกเข้าไปในทีม ซึ่งในนัดนี้เจ้าตัวก็เล่นได้แบบเนียนตาจนสามารถยิงประตูแรกของตัวเองใน พรีเมียร์ลีก ได้แถมยังประสานงานกับรุ่นพี่ได้อย่างลื่นไหลจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน

อีกเรื่องคือฟอร์มการเล่นของนักเตะตัวหลักอย่าง หลุยส์ ดิอาซ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน ที่เมื่อคืนนี้มีส่วนร่วมกับเกมรุกแทบทุกจังหวะ แถมยังยิงได้คนละ 2 ประตู โดยเฉพาะ บ็อบบี้ ที่ทำได้อีก 3 แอสซิสต์ ด้วย

Jurgen Klopp, Liverpool, Bournemouth, Premier League, UEFA Champions League, Ufabet, Ufaclub.live, Roberto Firmino, Virgil Van Dijk, Trent Arnold, Luis Diaz, Harvey Elliott, Fabio Carvalho, พรีเมียร์ลีก, ยูฟา แชมเปียนส์ลีก, ลิเวอร์พูล, สมัครยูฟ่าคลับ, หงส์แดง, แดงเดือด

บางคนอาจจะมองว่าก็เกมนี้มันง่าย เล่นซัก 70-80% ก็เอาชนะได้แล้ว ไม่เห็นจะยากเย็นอะไร แต่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ปัญหาที่มากมาย และสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ การเอาชนะคู่แข่งในเกมที่ต้องชนะ แถมยังเป็นการยิงแบบถล่มทลายเช่นนี้ มันมากกว่าเรียกความเชื่อมั่นให้กับทีมด้วยซ้ำ

จริงอยู่ที่การชนะ 1-0 หรือ 2-0 มันก็ 3 คะแนนเหมือนกัน แต่การยิงได้ถึง 9 ประตูจากผู้เล่น 6 คน แถมฟอร์มยังเปล่งปลั่งน่าเกรงขามเช่นนี้ น่าจะเป็นการเพิ่มขัวญและกำลังใจได้หลายเท่าตัว และอาจเป็นจุดเปลี่ยนของซีซันนี้ก็เป็นได้…

แต่ก่อนอื่นขอกองกลางเพิ่มอีกซักคน….จะอุ่นใจมากกว่านี้เยอะ

ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top