Liverpool vs Norwich กับ 5 ประเด็นหลังเกมเริ่มนับถอยหลัง คล็อปป์ อำลา

Liverpool vs Norwich City เกมการแข่งขันในศึกเอฟเอ คัพ รอบที่ 4 ที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรัวยิงประตูใส่ผู้มาเยือนอย่าง นอริช ซิตี้ ไปถึง 5-2 ทะลุเข้าไปยังรอบที่ 5 แบบใส ๆ และยังเป็นเกมแรกที่เริ่มนับถอยหลัง หลังจากที่นายใหญ่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ประกาศอำลาทีมหลังจบฤดูกาล เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มกราคมที่ผ่านมาด้วย

ซึ่งในเกมนี้, ทัพนักเตะ ลิเวอร์พูล สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และแสดงให้เห็น ถึงความเหนือชั้นกว่าผู้มาเยือนตลอดทั้งเกม ทำให้ หงส์แดง ไม่ต้องเหนื่อยมาก ในการตบเท้าเข้าสู่รอบต่อไป และบทความนี้ก็คือ บทสรุป 5 ประเด็นหลังเกมที่ “เดอะ ค็อป” เชียร์กันแบบสบายใจ

1. เกมแรกแห่งการเริ่มต้นนับถอยหลัง ก่อนถึงวันที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ อำลาทีม

เยอร์เก้น คล็อปป์

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะเป็นจุดสนใจที่สำคัญที่สุดในแมตช์นี้ หลังจากที่นายใหญ่ชาวเยอรมัน ตัดสินใจประกาศอำลาทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล และมันก็เป็นเกมที่น่าประทับใจไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจากโค้ชชาวเยอรมัน วัย 56 ปี ได้คุมทีม เผชิญหน้ากับ เดวิด วากเนอร์ นายใหญ่ นอริช ซิตี้ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขา

และมันก็เป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ หลังจากบรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” ช่วยกันร้องเพลง ‘You’ll Never Walk Alone’ ก่อนที่เกม Liverpool vs Norwich จะเริ่มขึ้น เพื่อส่งกำลังใจให้ คล็อปป์ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่สะเทือนอารมณ์สุด ๆ

อย่างไรก็ตาม, คล็อปป์ ยืนยันแล้วว่า ไม่ต้องการให้แฟนบอลร้องเพลง เพื่อเชียร์ตัวเขาเพียงคนเดียว แต่ต้องการให้สนับสนุนลูกทีมอย่างเต็มที่ ซึ่ง “เดอะ ค็อป” ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หลังส่งเสียงดังตลอดทั้งเกม ช่วยให้นักเตะไล่ทุบ นอริช ได้แบบไม่ยากเย็นนัก

2. นักเตะอคาเดมี่โชว์ฟอร์มได้ดีมาก ในเกม Liverpool vs Norwich

เจมส์ แม็คคอนเนลล์ & คอเนอร์ แบรดลีย์

เจมส์ แม็กคอนเนลล์ ได้โอกาสลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เป็นเกมที่ 4 และถือเป็นเกมแรกที่เจ้าตัว ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และอยู่ในสนามนานที่สุด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กองกลางวัย 19 ปี มักจะถูดส่งลงสนาม ในฐานะการเป็นตัวสำรอง

สำหรับ แม็กคอนเนลล์ มันแทบจะไม่มีอะไรที่เริ่มต้นได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว หลังจากเป็นคนทำแอสซิสต์จากแนวลึกแบบเหนือชั้น วางบอลยาวให้กับ เคอร์ติส โจนส์ โหม่งประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 16 และตลอดทั้ง 80 นาที เจ้าตัวก็ช่วยตัดเกม คุมเกม และผ่านบอลสวย ๆ ได้หลายครั้ง

ขณะที่ คอเนอร์ แบรดลีย์ ก็แสดงให้แฟนบอลได้เห็นอีกครั้งว่า เขาพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมอย่างเต็มตัว โดยแบ็คขวาวัย 20 ปี ทำไปได้ 2 แอสซิสต์ ในเกมนี้ โดดเด่นทั้งเกมรับ และเกมรุก มีพละกำลังเหลือเฟือ และประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้รับรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกด้วย

3. แข้งตัวหลักกลับมาสนามเพื่อเรียกความฟิตในเกม Liverpool vs Norwich

โรเบิร์ตสัน-โซบอสซ์ไล-เทรนท์

นับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตำแหน่งแบ็กซ้ายของ ลิเวอร์พูล เริ่มมีปัญหาหลังจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาว และในเดือนธันวาคม คอสตาส ซิมิกาส ก็โชคร้ายได้รับบาดเจ็บตามไปอีก ส่งผลให้ โจ โกเมซ ต้องขยับมายืนขัดตาทัพในตำแหน่งดังกล่าว

ขณะเดียวกัน นักเตะตัวหลักอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คขวารองกัปตันทีม และ โดมินิค โซบอสซ์ไล มิดฟิลด์ทีมชาติฮังการี ก็ได้รับบาดเจ็บตามไปอีก จนพลาดช่วยทีมหลายเกม และ คล็อปป์ ก็มีตัวเลือกที่ไม่มากนัก

อย่างไรก็ตามม ในเกมนี้ โรเบิร์ตสัน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ โซบอสซ์ไล กลับมาลงเล่นได้ทั้งหมด โดยทั้ง 3 ราย ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองเพื่อเรียกความฟิต และ โซบอสซ์ไล ยังทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการทำไป 1 แอสซิสต์ จากการเตะมุมให้กับ เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ โหม่งเข้าไป

4. แนวรุกช่วยกันยิงประตูในวันที่ไม่มี โมฮาเหม็ด ซาลาห์

Liverpool vs Norwich

ไม่ว่าจะมีการแข่งขันรายการ แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ หรือไม่, ลิเวอร์พูล ก็ไม่มี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในตอนนี้ เนื่องจากดาวยิงชาวอียิปต์ มีอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ตัวรุกคนอื่น ๆ จะต้องก้าวขึ้นมาทดแทน และมีส่วนร่วมในการยิงประตูให้กับทีมให้ได้

หลุยส์ ดิอาซ แทบจะการันตีตัวจริง ในตำแหน่งตัวรุกริมเส้นฝั่งซ้ายอยู่แล้ว แต่กองหน้าที่เหลืออย่าง โคดี้ กัคโป, ดาร์วิน นูนเญซ และ ดิโอโก้ โชต้า ต้องพยายามแย่งตำแหน่งกัน ซึ่งในช่วงที่ ซาลาห์ ไม่พร้อมลงสนาม 2 ใน 3 คนนี้จะได้ยืนเป็นตัวจริงแน่นอน

ในเกมนี้ นูนเญซ แสดงให้เห็นว่า เขาพร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในแดนหน้า หลังซัดประตูได้แบบเฉียบขาด และดูจะเข้าใจบทบาทของตัวเองมากขึ้น ขณะที่ โชต้า ก็ยังไว้ใจได้เสมอในการจบสกอร์ หลังซัดประตูสุดคมไป 1 ลูก ส่วน กัคโป ก็มีส่วนร่วมกับเกมมากพอสมควร แต่น่าเสียดายที่จังหวะสุดท้าย ยังไม่เฉียบคมมากพอ

5. เตรียมตัวสำหรับศึก เอฟเอ คัพ ในรอบต่อไป

Liverpool vs Norwich

ก่อนที่เกม Liverpool vs Norwich จะเริ่มขึ้น เกิดปัญหาแฟนบอลตีกัน ในเกมที่ เวสต์บรอมวิช พบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ทำให้การจับฉลากในศึกเอฟเอ คัพ รอบที่ 5 ล่าช้าออกไปราว ๆ 45 นาที และผลสรุปก็คือ ลิเวอร์พูล จะรับการมาเยือน ระหว่างผู้ชนะในเกม วัตฟอร์ด พบกับ เซาแธมป์ตัน

อาจจะไม่ได้มีความกังวลมากนักกับเกม เอฟเอ คัพ รอบต่อไปของ ลิเวอร์พูล แต่ตอนนี้ ความสำคัญมุ่งเป้าไปที่เกมลีกนัดต่อไป ที่ หงส์แดง จะต้องเปิดบ้านพบกับ เชลซี ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่แข็งแกร่งในช่วงกลางสัปดาห์ ต่อด้วยการบุกไปเยือน อาร์เซนอล ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์

ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องเอาชนะ เชลซี ในศึก พรีเมียร์ลีก ให้ได้ เพื่อยึดตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่จี้มาด้วยคะแนนที่ห่างกันเพียง 5 คะแนน และยังแข่งน้อยกว่าอีก 1 เกม ส่วนนัดที่ต้องออกไปเยือน อาร์เซนอล ถึงถิ่น การเก็บ 1 คะแนนกลับออกมาได้ ก็เป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก ๆ แล้ว


ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top