คอเนอร์ แบรดลีย์ มรดกชิ้นสำคัญ ที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ทิ้งไว้ให้กับ ลิเวอร์พูล

คอเนอร์ แบรดลีย์ ทำผลงานได้น่าประทับใจอีกครั้ง ในเกมที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ นอริช ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 5-2 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบที่ 4 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ฤดูกาลนี้, Conor Bradley ลงเล่นให้กับทัพ หงส์แดง ไปแล้ว 8 นัด และมีส่วนพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ถ้าหากว่าเขาได้ลงเล่นในเกมดังกล่าว เท่ากับว่า ดาวรุ่งรายนี้ได้ลงเล่นในเกมนัดชิงที่เวมบลีย์ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน หลังจากที่เขาช่วยพา โบลตัน คว้าแชมป์ EFL Trophy

ท่ามกลางข่าวช็อคโลก เรื่องการอำลา Liverpool ของ เยอร์เก้น คล็อปป์, หลายคนอาจจะยังรู้สึกเสียดาย และเป็นห่วงว่าอนาคตของทีมจะเป็นอย่างไร แต่ Bradley ก็น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของการวางรากฐานใหม่ ที่เขาพยายามสร้างเอาไว้ก่อนลาทีม เจ้าหนูวัย 20 ปีรายนี้ก็เริ่มแสดงให้เห็นว่า อนาคตของเขาในถิ่นแอนฟิลด์ น่าจะรุ่งโรจน์และสดใสได้ไม่ยาก

หลายคนอาจมีคำถามว่า คอเนอร์ แบรดลีย์ เป็นใคร มาจากไหน, และทำไม คล็อปป์ ถึงกล้าไว้วางใจ ส่งลงสนามแทนที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ได้รับบาดเจ็บแทบจะทันที

Bradley เกิดในประเทศไอร์แลนด์เหนือ มีความฝันเหมือนเด็กหลายล้านคน ที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จึงได้เข้าร่วมทีม St Patrick’s FC ตอนอายุ 9 ขวบ โดยใช้เวลาที่นั่น 4 ปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับทีมเยาวชนที่ Dungannon Swifts สโมสรที่ใหญ่ที่สุดใน County Tyrone

Conor Bradley

ด้วยทักษะที่เหนือกว่าเด็กคนอื่น ๆ, Bradley จึงได้รับการจับตามองจากหลายสโมสร และโอกาสอันยิ่งใหญ่ก็มาถึงในช่วงฤดูร้อนปี 2019 เมื่อ Liverpool จับตาดูเขามาระยะหนึ่งแล้ว ได้ทำข้อตกลงมอบทุนการศึกษาให้กับหนุ่มน้อยวัย 16 ปี และด้วยความประทับใจในฝีเท้า ผู้บริหารของทีม หงส์แดง จึงตัดสินใจเสนอสัญญาอาชีพฉบับแรกให้กับเขา เป็นเวลา 3 ฤดูกาลไปเลย

เพียงปีแรกของเขาที่อคาเดมีของ Liverpool, แบ็คขวารายนี้ก็ได้ลงเล่นนัดแรกให้กับทีม U18 เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2019 ลงเล่นไปทั้งหมด 11 นัดในปีนั้น ทำ 3 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ แต่อยู่ในทีมได้ไม่นาน เพราะฝีเท้าที่ดีกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน

ซีซัน 2020-21, คอเนอร์ แบรดลีย์ ลงเล่นให้ทีม U23 ไป 16 นัด ผลงานเข้าตาสต๊าฟฟ์ทีมชุดใหญ่ จนถูกเรียกตัวไปฝึกซ้อมกับนักเตะพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก เมื่อเดือน ก.ย. 2020 เคียงข้างเพื่อนร่วมทีม U23 อย่าง เลย์ตั้น คลาร์กสัน และ เรมี ซาเวจ

ซีซัน 2021-22 ถือเป็นปีที่แจ้งเกิด แบรดลีย์ ในทีมชุดใหญ่ เมื่อเขาได้โอกาสลงเล่นระดับอาชีพครั้งแรกในศึก คาราบาว คัพ รอบที่ 3 ที่เอาชนะ นอริช ซิตี้ ไป 3-0 เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2021 โดยแบ็กขวาดาวรุ่งรายนี้ โชว์ฟอร์มได้ดีและมีบทบาทสำคัญกับชัยชนะของทีมด้วย

คอเนอร์ แบรดลีย์ เดบิวต์

ก้าวย่างที่สำคัญที่สุดมาถึงในวันที่ 7 ธ.ค. ปีเดียวกัน, Conor Bradley ได้เปิดตัวเกมแรกในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บุกไปชนะ เอซี มิลาน ได้ด้วยสกอร์ 2-1 โดยลงเล่นเป็นตัวสำรองแทน เนโค วิลเลียมส์ ในนาทีที่ 89

แม้จะเป็นเวลาแค่นาทีเดียวก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นการเปิดตัวในฝัน สำหรับผู้เล่นที่ยังไม่ได้ลงเล่นในลีกในประเทศเลย โดยโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุด คือการมีชื่ออยู่บนม้านั่งสำรองในเกมกับ อาร์เซนอล เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2021, จบปีแรกของ Bradley เจ้าตัวได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ไป 5 นัดพร้อมกับผลงาน 1 แอสซิสต์

คอเนอร์ แบรดลีย์ ถูกยืมตัวไปยัง โบลตั้น ในปี 2022, ซึ่งการตัดสินใจครั้งนั้น ส่งผลดีกับเขาอย่างมาก เพราะได้ลงเล่นถึง 53 นัด ยิง 7 ประตูและทำ 6 แอสซิสต์ ช่วยทีมคว้าแชมป์ EFL Trophy ด้วย

เขาสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในลีก โดยได้รับรางวัล “ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล”, “ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลจากการโหวตโดยแฟนบอล” และรางวัล “ผู้เล่นดาวรุ่งแห่งฤดูกาล” ร่วมกับ เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด ที่ตอนนี้กลายเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงของ เบิร์นลีย์ ไปแล้ว

คอเนอร์ แบรดลีย์ คว้าแชมป์ EFL

หลังหมดสัญญายืมตัว เขากลับมาที่ Liverpool เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา และมีชื่อในทีมชุดใหญ่เรียบร้อย แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลัง หายหน้าไปถึง 4 เดือนเต็ม ๆ กลับมาอีกทีก็สิ้นเดือน พ.ย. ปี 2023

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Jurgen Klopp ก็ส่งเขาลงสนามไป 8 นัด และได้ลงเล่นเกมแรกในพรีเมียร์ลีกเป็นที่เรียบร้อย ในนัดที่บุกไปเอาชนะ บอร์นมัธ 0-4 พร้อมแอสซิสต์แรกของเขา ในซีซันนี้อีกด้วย

นอกจากผลงานในระดับสโมสรแล้ว, คอเนอร์ แบรดลีย์ ยังมีชื่อติดทีมชาติไอร์แลนด์เหนือไปแล้ว 11 นัดโดยลงเล่นเกมแรกในวันที่ 26 พฤษภาคม 2021 ในเกมกระชับมิตรกับ มอลตา

ถ้าถามว่า สไตล์การเล่นของดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ เหมือนหรือแตกต่างจากรุ่นพี่อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ขนาดไหน ก็ต้องบอกว่า อาจจะมีความแตกต่างกันที่แบ็คขวารายนี้ มีพื้นฐานจากการที่เคยเล่นตำแหน่งปีกมาก่อน ทำให้เขาเป็นกองหลังที่มีความเร็วในการเติมเกมรุก

และดูเหมือนว่า สไตล์การเล่นของ แบรดลีย์ จะเหมาะสมกับสไตล์การเล่น Klopp ที่ต้องการให้ตำแหน่งฟูลแบ็ค ขึ้นมามีส่วนร่วมในการโจมตีตู่ต่อสู้ทางด้านริมเส้น ต่างจาก เทรนท์ ที่มีพื้นฐานจากการเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ที่เด่นในเรื่องการวางบอลที่แม่นยำ

แบรดลีย์ & เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

ด้วยความที่เป็นแบ็คจอมบุก, คอเนอร์ แบรดลีย์ จึงมีสถิติที่น่าทึ่งอย่างหนึ่งในสมัยที่เล่นให้กับ โบลตัน นั่นคือ “ความพยายามในการยิงประตู” ซึ่งนับได้ถึง 50 ครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ตัวเลขนี้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับนักเตะแนวรับ ส่วนเกมรับก็หายห่วงได้เลย เพราะการันตีด้วยการเป็นผู้เล่นที่ทำฟาวล์คู่ต่อสู้มากที่สุดเป็นอันดับ 10 ใน ลีกวัน ด้วยด้วยตัวเลข 66 ครั้งเมื่อซีซันที่ผ่านมา

แต่ก็ยังมีความกังวลว่า ถ้า เทรนท์ หายเจ็บและกลับมาสู่ทีมแล้ว จะทำให้โอกาสของ Conor Bradley ลดน้อยลงไปหรือไม่? หรือเขาจะต้องย้ายออกจากทีมด้วยสัญญายืมตัวอีกครั้ง เพื่อหาโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า? ก็ต้องบอกว่า ในขณะที่ ลิเวอร์พูล กำลังอยู่บนเส้นทางการลุ้น 4 แชมป์แบบนี้, Jurgen Klopp เองก็คงอยากมีขุมกำลัง เอาไว้สับเปลี่ยนได้อย่างเต็มที่

ไม่แน่ว่า เจ้าหนู คอเนอร์ แบรดลีย์ ก็อาจจะกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ไปถึงฝั่งฝันนั้น…ก็เป็นได้


ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top