‘ไม่มีหมูให้เชือด’ ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกรอบน็อคเอาท์

ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก, ลิเวอร์พูล, Champions League, Liverpool, เรอัล มาดริด, บียาร์เรอัล, Real Madrid, Villareal

ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบควอเตอร์ไฟนอลเลกที่ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนบอลได้ไม่น้อยเมื่อเราได้เห็นการพลิกล็อคชนิดที่คาดไม่ถึงทั้ง 2 เกม

คู่เอกอย่าง เรอัล มาดริด และ เชลซี นั้นเป็นใครก็คิดว่า สิงห์บลู คงเอาตัวไม่รอดจาก ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว หากแต่ลูกทีมของ โธมัส ทูเคิล กลับสามารถบุกขึ้นนำเจ้าถิ่นได้ถึง 3-0 ทำให้สกอร์รวมพลิกกลับมานำ 4-3 เมื่อรวมจากเกมแรกที่แพ้มา 3-1

แต่ราชันก็ยังคงเป็นราชัน เมื่อพวกเขาไล่ตีไข่แตกได้สำเร็จในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ทำให้ตามมาเป็น 3-1 และสกอร์รวมเท่ากันที่ 4-4 ต้องต่อเวลาออกไปอีกเป็น 120 นาทีเพื่อหาผู้ชนะ และเป็น คาริม เบนเซมา คนที่ระเบิดแฮททริคใส่ สิงห์บลู เมื่อเกมที่แล้วที่มายิงประตูชัยช่วยให้เจ้าบ้านพลิกกลับมาเข้ารอบเซมิไฟนอลด้วยสกอร์ 5-4 อย่างสุดมัน

ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก, ลิเวอร์พูล, Champions League, Liverpool, เรอัล มาดริด, บียาร์เรอัล, Real Madrid, Villareal

ในขณะที่อีกคู่เป็นการเจอกันของ บาเยิร์น มิวนิค และ บียาเรอัล ซึ่งอยู่ในสายเดียวกับ ลิเวอร์พูล โดยทีมของ อูไน เอเมรี กุมความได้เปรียบด้วยการเก็บชัยชนะมาก่อน 1-0 ที่สเปน การมาเยือนเยอรมนีในครั้งนี้พวกเขาจึงขอแค่ไม่แพ้เป็นพอ

ส่วน เสือใต้ นั้นไม่มีใครคิดว่าจะไม่ชนะทีมอันดับ 7 จาก ลา ลีกา เพราะเมื่อดูชื่อชั้นและตัวผู้เล่นแล้วไม่มีอะไรบ่งบอกว่าพวกเขาจะสู้ไม่ได้ หากแต่เมื่อลงสนามไปกลายเป็นว่าแท็คติกของ เอเมรี ทำให้ยอดทีมจาก บุนเดสลีกา ต้องปวดหัวและยังสร้างความแสบสันต์ด้วยการทำประตูตีเสมอจากเกมสวนกลับก่อนหมดเวลาอีกแค่ 2 นาที ส่งตัวเองเข้ารอบเซมิไฟนอลแบบที่ไม่มีใครคาดคิด

เชื่อเหลือเกินว่าสาวก หงส์แดง ต่างพากันยิ้มมุมปากเมื่อได้รู้ว่าคู่ต่อสู้ของพวกเขาในรอบต่อไปคือ เยลโลซับมารีน!!

ลิเวอร์พูล มีเกมรอบควอเตอร์ไฟนอลเลกที่ 2 กับ เบนฟิก้า ที่สนาม แอนฟิลด์ ในคืนนี้ โดยพวกเขากุมความได้เปรียบ จากการที่บุกไปเก็บชัยมาได้ที่ ลิสบอน ด้วยสกอร์ 3-1 จากการทำประตูของ อิบราฮิมา โคนาเต้, ซาดิโอ มาเน และ หลุยส์ ดิอาซ แทบจะการันตีการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่บรรดานักเตะ หงส์แดง และ เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็จะประมาทไม่ได้เพราะ เบนฟิก้า มีประตูตุนเอาไว้เหมือนกันจาก ดาร์วิน นูเนซ กองหน้าชาวอุรุกวัยที่กำลังมีข่าวกับหลายทีมใน พรีเมียร์ลีก อยู่ ณ เวลานี้ ซึ่งก็ถือเป็นความหวังเล็ก ๆ ของพวกเขาได้เหมือนกัน

พูดถึง บียาเรอัล การเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เมื่อปี 2006 ที่พวกเขาเคยสร้างประวัติศาสตร์เอาไว้ และต้องบอกว่าการมาได้ไกลขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊คแต่อย่างใด

หลายคนอาจลืมไปว่า เยลโลซับมารีน อยู่ร่วมสายเดียวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อตาลันต้า ในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งพวกเขาหลุดเข้ามาเล่นในรอบน็อคเอ้าท์ได้ในฐานะทีมอันดับ 2 โดยเกมสุดท้ายนั้นสามารถบุกไปเอาชนะทีมจาก กัลโช เซเรีย อา ได้ถึงถิ่น 3-2

พอมาเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ต้องมาเจอกับ ยูเวนตุส ซึ่งก็คงไม่มีใครคิดว่า บียาเรอัล จะผ่านทีมของ แม็กซ์ อัลเลกรี มาได้ แต่ เอเมรี ก็โชว์ความเคี่ยวด้วยการเขี่ย ม้าลาย ตกรอบด้วยประตูรวม 4-1

ก่อนที่จะมาทำแสบกับทีมใหญ่อย่าง บาเยิร์น เมื่อคืนนี้

ดังนั้นหาก ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศได้ก็จะได้เจอกับทีมสุดเคี่ยวทีมหนึ่งของรายการ ซึ่งต้องไม่ลืมว่าเมื่อซีซันก่อนเรือดำน้ำลำนี้เพิ่งจะคว้าแชมป์ ยูโรป้าลีก มาได้ด้วยดวลจุดโทษเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย

เมื่อพูดถึงสถิติการเจอกับ ลิเวอร์พูล ของ อูไน เอเมรี เขาเคยพา เซบียา เฉือนชนะทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ในรอบชิงนะเลิศ ยูโรป้าลีก เมื่อปี 2016 มาแล้ว แต่เมื่อย้ายมาคุมทีม อาร์เซนอล ในช่วงปี 2018-2019 นายใหญ่ชาวสแปนิชไม่เคย พาทีมเก็บชัยเหนือ หงส์แดง ได้เลยจากการเจอกันทั้งหมด 4 เกมในทุกรายการ

เชื่อว่าเด็กหงส์บางส่วนก็ดี๊ด๊ากันไปแล้วเมื่อรู้ว่าทีมรักจะได้เจอกับ บียาเรอัล เพราะถ้าให้พูดตามตรงคงต้องบอกว่ายังไงก็ดีกว่าเจอกับ บาเยิร์น มิวนิค อยู่ดี

อย่างไรก็ตาม, ภารกิจในรอบ 8 ทีมสุดท้ายยังไม่เสร็จสิ้น เพราะ เบนฟิก้า ก็คงได้เห็นตัวอย่างจาก บียาเรอัล มาและเชื่อว่าพวกเขาคงจะสู้อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เจ้าบ้านเล่นกันได้ง่าย ๆ และคงหวังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยเหมือนกัน

ในอีกมุมหนึ่ง ลิเวอร์พูล ก็ได้เห็นการพลิกล็อคของเกม 2 คู่ก่อนหน้านี้ ซึ่งน่าจะเป็นการเตือนสติให้นักเตะไม่ประมาทจนเกินไปแม้ว่าจะได้เล่นในบ้านตัวเองก็ตาม และเชื่อว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะเอาชัวร์ด้วยการจัดเต็มเพื่อหวังผลการแข่งขัน ก่อนที่จะค่อย ๆ ให้โอกาสผู้เล่นสำรองได้ออกมายืดเส้นยืดสายช่วงท้ายเกม

ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก, ลิเวอร์พูล, Champions League, Liverpool, เรอัล มาดริด, บียาร์เรอัล, Real Madrid, Villareal

หงส์แดง รู้ดีว่าเส้นทางการลุ้น 4 แชมป์ของพวกเขานั้นจะทำเป็นเล่นไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลแบบนี้ ต้องเน้นที่เกมต่อเกมก่อนที่จะไปคิดถึงเรื่องอื่น เพราะถ้าพลาดนัดเดียวอาจส่งผลสะเทือนต่อเกมที่เหลือได้

และต้องท่องให้ขึ้นใจว่า ไม่มีหมูให้เชือดใน แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอ้าท์!!

ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top