ลิเวอร์พูล กับสัญญา(ณ)ของแข้งเวิลด์คลาสที่ชื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ลิเวอร์พูล, ข่าวซื้อ-ขายนักเตะ, หงส์แดง, Liverpool, ฟาบินโญ่

หลังจบเกมที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีกเกมล่าสุด, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าทีมชาติอียิปต์ได้รับการยกย่องว่า นี่คือนักเตะที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ในซีซันนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย

ด้วยฟอร์มระดับนี้ทำให้เขาถูกเปลี่ยนสถานภาพจากนักเตะที่เคยถูกประเมินค่าต่ำกว่าฝีเท้า มาเป็นผู้เล่นที่สมควรได้รับค่าตอบแทนสูงที่สุดของ ลิเวอร์พูล ในบัดดล

ประตูที่ 2 ที่ ซาลาห์ โชว์สเต็ปล็อคและลากหลบผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกือบครึ่งทีมเข้าไปยิงบอลผ่านมือ เอแดร์ซอน ตุงตาข่าย ทำให้ได้รับการยกย่องตอนนี้สตาร์ หงส์แดง เหนือกว่า ลีโอเนล เมสซี, คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และแข้งระดับโลกรายอื่น ๆ เป็นที่เรียบร้อย

แต่สิ่งหนึ่งที่ดาวยิงวัย 29 ปียังไปไม่ถึงคือ ค่าเหนื่อย!!

เป็นเรื่องตลกร้ายที่เรายังเห็น ซาลาห์ ยังคงลงสนามทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในขณะที่เหลือสัญญาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ อีก 2 ปี ท่ามกลางข่าวไม่ค่อยสู้ดีนักเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างตัวนักเตะและสโมสร ที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ซักที, จนมีข่าวว่ากองหน้า หงส์แดง ถึงกับบ่นน้อยใจที่ทำไมผลประโยชน์ของเขาถึงไม่ได้รับการใส่ใจเหมือนที่ แมนฯ ซิตี้ ตัดสินใจทุ่มค่าเหนื่อยมหาศาลให้กับ เควิน เดอ บรอยน์ เลย

หลายคนอาจสงสัยหรือเคลือบแคลงใจว่า ทำไมทีมใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ถึงขี้เหนียวกับนักเตะคนสำคัญของพวกเขาเช่นนี้ ดังนั้นเราจึงมาเท้าความกันก่อนว่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นมันเป็นมาอย่างไร

เป็นที่ทราบกันดีว่านักเตะทุกคนที่ย้ายมาเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล นั้นจะได้รับสัญญาและค่าเหนื่อยที่สมน้ำสมเนื้อ และหลังจากนั้นหากทำผลงานได้ดีก็จะได้รับการตบรางวัลเป็นโบนัสและสัญญาฉบับใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องอยู่ภายใต้ “โครงสร้างเงินเดือน” ของสโมสร

เป็นที่ทราบกันดีว่านักเตะทุกคนที่ย้ายมาเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล นั้นจะได้รับสัญญาและค่าเหนื่อยที่สมน้ำสมเนื้อ และหลังจากนั้นหากทำผลงานได้ดีก็จะได้รับการตบรางวัลเป็นโบนัสและสัญญาฉบับใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องอยู่ภายใต้ “โครงสร้างเงินเดือน” ของสโมสร

ด้วยข้อจำกัดนี้ทำให้ในยุคของ เยอร์เก้น คล็อปป์ การซื้อนักเตะมาร่วมทีมแต่ละครั้ง ต้องมองไปที่แรงจูงใจในการสร้างผลงานมากกว่าความต้องการค่าเหนื่อย

นักเตะอย่าง ซาดิโอ มาเน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, หรือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ซึ่งได้รับการยอมรับ ณ ปัจจุบันว่าเป็นผู้เล่นระดับหัวแถวของยุโรปและของโลก แต่ในความเป็นจริงไม่ได้รับค่าเหนื่อยสูงลิบลิ่วมาตั้งแต่แรก เพราะเงื่อนไขที่จะทำให้นักเตะเหล่านี้ได้รับโบนัสและค่าเหนื่อยเพิ่มคือ ความสำเร็จที่นำมาสู่สโมสร นี่คือนโยบายการสร้างทีมของ FSG ตั้งแต่ต้น

ซึ่งในที่สุดพวกเขาก็ได้ทำตามเงื่อนไขดังกล่าว เมื่อ คล็อปป์ พาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จเมื่อปี 2019 ทำให้เมื่อซีซันที่แล้ว ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยและเงินโบนัสสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก

 

อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงช่วงซัมเมอร์ เดอะเร้ดส์ ก็ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอีกครั้ง นั่นคือการที่มีผู้เล่นตัวหลักหลายรายเริ่มเดินทางเข้าสู่ช่วง 2 ปีสุดท้ายของสัญญาที่ แอนฟิลด์ พร้อม ๆ กัน, โดยไม่รอช้า ลิเวอร์พูล รีบจัดการเรื่องนี้อย่างรวดเร็วด้วยการจับ ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน, อลิสซอน, ฟาบินโญ, เทรนท์ อาร์โนลด์ ต่อสัญญาใหม่ทันทีแบบรัวๆ ซึ่งเป็นที่ถูกใจของบรรดา เดอะค็อป ยิ่งนัก

แต่ในอีกด้านหนึ่งการเจรจาสัญญาของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมจอมแกร่งกลับเป็นไปอย่างไม่ค่อยราบรื่น ด้วยเหตุผลเรื่องสภาพร่างกายและอายุที่เข้าเลข 3 ไปแล้ว จนมีข่าวว่าเจ้าตัวอาจตัดสินใจย้ายทีมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ โดยมี ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นหมุดหมายต่อไป

สุดท้าย เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องยื่นมือเข้ามาจัดการเรื่องนี้ ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี นั่นเป็นเพราะกุนซือ หงส์แดง รู้ดีว่า เฮนโด้ นั้นมีความสำคัญต่อทีมมากมายขนาดไหน แม้ว่าเขาจะไม่สามารถลงเล่นได้ 3 เกมต่อสัปดาห์ แต่ประสบการณ์และความเป็นผู้นำของเขานั้นมีค่าต่อทีมอย่างมหาศาล

และคาดว่าด้วยเงื่อนไขเดียวกับ เฮนเดอร์สัน กรณีของ ซาลาห์ ทุกอย่างจึงได้ยืดเยื้อมานานจนถึงวันนี้!!

อย่างไรก็ตามแม้เรื่องนี้จะสร้างความระทึกให้กับเด็กหงส์อยู่ไม่น้อย แต่ลึก ๆ ก็เชื่อว่า ลิเวอร์พูล คงไม่ทำร้ายจิตใจแฟนบอลด้วยการปล่อยให้ยอดดาวยิงอันดับหนึ่งของสโมสรต้องย้ายทีม ไม่ว่าจะในแบบมีค่าตัวหรือไม่มีค่าตัวก็ตาม

ด้วยอายุที่ย่างเข้า 30 และฟอร์มการเล่น ณ ปัจจุบัน และดูเหมือนว่าจะยังสามารถยกระดับตัวเองขึ้นไปได้อีกหลายปีเมื่อพิจารณาจากการดูแลตัวเอง และความเป็นมืออาชีพทั้งในและนอกสนาม เขาจึงควรได้รับการตอบแทนที่ดีกว่านี้มิใช่หรือ?!

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังกล้าจ่ายเงินให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ เหยียบ 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ทั้ง ๆ ที่อายุปาเข้าไป 36 ปี แล้วทำไม ลิเวอร์พูล จึงต้องอ้างเรื่อง “อายุ” และ “โครงสร้างเงินเดือน” จนไม่กล้ารั้งนักเตะระดับ “เวิลด์คลาส” ของพวกเขาด้วย

ท้ายที่สุดแล้วการต่อสัญญาใหม่กับ ซาลาห์ ครั้งนี้อาจเป็นหนทางที่ช่วยกู้วิกฤติศรัทธาให้กับ จอห์น เฮนรี และกลุ่ม FSG ด้วยก็เป็นได้.

ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top