Liverpool 0-1 Palace กับ 5 ประเด็นหลัง หงส์แดง พ่ายคารังนัดที่ 2 ติดกัน

Liverpool 0-1 Palace ในศึกพรีเมียร์ลีก

Liverpool 0-1 Palace ผลการแข่งขันในศึกพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดของ ลิเวอร์พูล ที่ต้องพบกับความพ่ายแพ้แบบไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น หงส์แดง เพิ่งจะพ่ายแพ้ให้กับ อตาลันต้า ไปในถิ่นแอนฟิลด์ในศึก ยูโรป้า ลีก เมื่อไม่กี่วันก่อน

ในเกมนี้ นักเตะ ลิเวอร์พูล ทุกคนต่างก็เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน กดดันตัวเองจนเล่นไม่ออก สร้างความผิดพลาดให้เห็นมากมาย รวมถึงปัญหาเรื้อรังที่ยังคงอยู่ กับการทิ้งโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะสร้างโอกาสในเกมรุกได้ไม่น้อย และนี่คือ 5 ประเด็นหลังเกมที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องเหนื่อยหนักกว่าเดิม ถ้าหากยังลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลปัจจุบัน

1. ผู้เล่นตัวหลักกลับมาในเกม Liverpool 0-1 Palace

Alisson Trent

ไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาอะไรเลย ที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะคืนตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งให้กับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ อีกครั้ง หลังจากหายเจ็บกลับมา ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมา จะได้ ควิวีน เคลเลเฮอร์ นายทวารมือสองชาวไอร์แลนด์ ที่ทำหน้าที่ทดแทนได้อย่างยอดเยี่ยม, แต่ อลิสซอน ยังคงเป็นตัวเลือกแรกอยู่เสมอ

ในช่วงก่อนที่เกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ก็มีกระแสข่าวลือออกมามากพอสมควรว่า อลิสซอน เบ็คเกอร์ จะกลับมายืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริง รวมถึง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ อีกคนด้วย ที่มีรายงานข่าวว่า มีโอกาสที่เขาจะได้ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้

เมื่อประกาศรายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริง, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คขวารองกัปตันทีมมีชื่อเป็นตัวสำรอง แต่เขาก็ได้ลงสนามในนาทีที่ 48 แทน คอเนอร์ แบรดลีย์ ฟูลแบ็คดาวรุ่งที่ได้รับบาดเจ็บ โดยเห็นได้ชัดว่า ดาวเตะหมายเลข 66 ยังต้องใช้เวลาเคาะสนิมอีกสักพัก

ส่วน ดิโอโก โชต้า กลับมาลงสนามได้ ตั้งแต่เกมที่ ลิเวอร์พูล พ่ายให้กับ อตาลันต้า เมื่อกลางสัปดาห์แล้ว และในเกมนี้ หัวหอกชาวโปรตุเกสได้ลงเล่นในนาทีที่ 66 แต่ก็ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้มากนัก พลาดโอกาสทองจากการซัดประตูในกรอบเขตโทษไปอย่างน่าเสียดาย

2. นักเตะยังไม่ฟื้นจากเกมโดน อตาลันต้า บุกอัดคาบ้าน

Liverpool 0-1 Palace

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนเกมว่า ลูกทีมของเขาจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ในเกมกับ คริสตัล พาเลซ, หลังจากโดน อตาลันต้า ไล่ถล่มเมื่อกลางสัปดาห์ โดยระบุว่า พลพรรค “หงส์แดง” รู้สึกโกรธ ผิดหวัง และพร้อมจะต่อสู้เพื่อคว้า 3 คะแนน มาครองให้ได้

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในเกมกับ พาเลซ ที่ออกมา มันมีแต่ความเชื่องช้า ผิดพลาด ไม่มั่นใจ และขาด ๆ เกิน ๆ หลายจังหวะ, แม้ ลิเวอร์พูล จะเป็นฝ่ายครองเกมและมีจังหวะวูบวาบหลายครั้งในช่วงครึ่งหลัง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสร้างประโยชน์จากมันได้เลยแม้แต่น้อย

ขณะเดียวกัน การใช้โอกาสเปลืองยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังของ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง โดยผู้เล่นหลายคนดูร้อนรน ไม่เป็นตัวของตัวเอง กดดันตัวเองจนทำพลาดกันไปทั้งหมด

3. ปัญหาเดิม ๆ ที่เห็นในเกม Liverpool 0-1 Palace

เคอร์ติส โจนส์

ลิเวอร์พูล ทำประตูได้มากมายอีกครั้งในปีนี้ แต่ก็ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า แนวรุกของพวกเขาใช้โอกาสเปลืองมาก ฟอร์มส่วนตัว, อาการบาดเจ็บ และความเหนื่อยล้า ทั้งหมดที่กล่าวมาอาจเป็นสาเหตุทำให้พลพรรค “หงส์แดง” ทำแต้มหล่นไปมากมาย

มันเป็นอีกเกมที่ ลิเวอร์พูล มีโอกาสทำประตูได้มากกว่า 20 ครั้ง อาทิ วาตารุ เอนโด ซัดจ่อๆชนคน, ดาร์วิน นูนเญซ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงติดบล็อก เคอร์ติส โจนส์ ยิงถากเสา และ โชต้า ก็ยิงติดกองหลัง พาเลซ อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเห็นชัดเจนว่า ความผิดพลาดกระจายไปทั่วทั้งทีม

ในเกม พรีเมียร์ลีก 6 นัดหลังสุด ลิเวอร์พูล ยิงได้เพียง 9 ประตู ทั้งที่มีโอกาสมากมาย และทีมระดับลุ้นแชมป์ก็ไม่น่ามีสถิติที่ย่ำแย่แบบนี้

4. การเปลี่ยนแปลงทีมสำหรับเกมนัดต่อไป

ลิเวอร์พูล 0-1 คริสตัล พาเลซ

จะว่าไปแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่เชื่อไม่ลงเหมือนกัน สำหรับทีมที่กำลังฟอร์มดีเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แต่ในตอนนี้ ลิเวอร์พูล กลับต้องเผชิญกับการตัดสินใจว่า ใครควรลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่กำลังจะมาถึง โดยพิจารณาจากฟอร์ม ไม่ใช่แค่ความฟิต เนื่องจากผู้เล่นในทีมชุดปัจจุบัน พากันฟอร์มหลุด และสูญเสียความมั่นใจทั้งหมด

บางทีอาจถึงเวลาของนักเตะอย่าง โคดี้ กัคโป และ ฮาร์วีย์ เอลเลียต ที่ต้องกลับมาเป็นตัวจริงบ้างเพื่อเปลี่ยนจังหวะ และมิติการเล่นของทีม หลังจาก ซาลาห์, นูนเญซ และ หลุยส์ ดิอาซ ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน และประสานงานกันยังไม่ลงตัวอย่างรุนแรง

ขณะที่แดนกลาง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ที่เคยทำผลงานได้ดี ก็เริ่มมีอาการเหนื่อยล้าให้เห็น หลังจากเล่นติดกันมาหลายเกม รวมไปถึงคู่ขาอย่าง วาตารุ เอนโด ที่กรำศึกหนักมาตลอด ส่วน เคอร์ติส โจนส์ ก็ดันลืมฟอร์มเก่าของตัวเองไปซะแบบนั้น

5. โอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

คล็อปป์ แม็ค อัลลิสเตอร์

ในช่วงเวลาเพียง 3-4 วัน ลิเวอร์พูล โยนความหวังที่จะคว้า 3 แชมป์ที่เหลือ เพื่อปิดฤดูกาลสุดท้ายของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไปเกือบจะทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 2 เกมหลังสุดที่พ่ายคา แอนฟิลด์ ให้กับทีมอย่าง อตาลันตา และ คริสตัล พาเลซ แบบหมดรูป

แม้ว่าจบเกมของ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว ฝั่งของ อาร์เซนอล จะพลาดท่าพ่ายให้กับ แอสตัน วิลล่า ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และมีแต้มเท่ากันกับ ลิเวอร์พูล แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เปิดบ้านถล่ม ลูตั้น ทาวน์ ไปก่อนหน้านั้น ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” รั้งเป็นจ่าฝูงไปแล้ว

ด้วยอีก 6 เกมที่เหลือใน พรีเมียร์ลีก, ลิเวอร์พูล ยังคงตามทีมจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียง 2 แต้ม แต่เมื่อพิจารณาจากฟอร์มการเล่นในช่วงหลัง ต้องยอมรับว่า “หงส์แดง” แทบจะไม่มีทางไล่ตามทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ทันแล้ว


ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top