อาวุธลับของ เยอร์เก้น คล็อปป์

Jurgen Klopp, Liverpool, Premier League, UEFA Champions League, พรีเมียร์ลีก, ยูฟา แชมเปียนส์ลีก, ลิเวอร์พูล, หงส์แดง, Southampton, เซาธ์แฮมป์ตัน

ลิเวอร์พูล จัดการงานของตัวเองได้สำเร็จลุล่วงด้วยการบุกไปเฉือนชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 2-1 จากการทำประตูของ ทาคุมิ มินามิโนะ และ โจเอล มาติป ทำให้พวกเขาไล่กวด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือเพียง 1 คะแนน และต้องไปตัดสินแชมป์กันในวันอาทิตย์นี้

ก่อนเกมจะเริ่ม, นายใหญ่ชาวเยอรมันให้สัมภาษณ์ในเชิงยอมรับว่าเขาอาจจะต้องโรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่ง เพราะตัวจริงเกือบทั้งหมดต่างก็เหนื่อยล้ากันมาจากเกมที่พบกับ เชลซี ที่ต้องเล่นกัน 120 นาที ซึ่งมันก็เป็นจริงเมื่อเขาจัดการเปลี่ยนผู้เล่นจาก 11 ตัวจริงจากชุด แชมป์เอฟเอคัพ ถึง 9 ราย

ชื่อของ โจ โกเมซ, คอสตาส ซิมิคาส, โจเอล มาติป, เจมส์ มิลเนอร์, ฮาร์วีย์ เอลเลียต, เคอร์ติส โจนส์, ทาคุมิ มินามิโนะ, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน และ ดิโอโก้ โชต้า ถูกส่งลงสนาม ซึ่งแฟนบอลก็ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจเพราะเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องของสถานการณ์บังคับ

จริง ๆ แล้ว คล็อปป์ สามารถจัดทีมที่ดีกว่านี้ได้ แดนกลางอาจให้ เฮนเดอร์สัน ลงเป็นตัวจริงกับ มิลเนอร์ หรือในแดนหน้าใส่ชื่อ ดิอาซ ลงก่อน มินามิโนะ เพื่อเอา 3 คะแนนชัวร์ ๆ ก็ทำได้ หากแต่กุนซือ หงส์แดง มองว่ามันอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะในช่วงที่โปรแกรมเตะถี่แบบนี้มีโอกาสที่นักเตะจะบาดเจ็บได้ง่าย

ที่สำคัญคือ คล็อปป์ อยู่กับทีมชุดนี้มาตลอด เขารู้ว่าศักยภาพของตัวสำรองดีขึ้นกว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด พิสูจน์ได้จากผลงานในฟุตบอลถ้วยที่นักเตะเหล่านี้ที่มีส่วนพาทีมเป็นแชมป์ได้ถึง 2 รายการติด ๆ กัน ซึ่งจุดนี้ได้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับผู้เป็นกุนซือได้อย่างดี

แม้จะเป็นเรื่องที่เสี่ยงพอสมควรกับการที่จะต้องเก็บ 3 แต้มในการเยือน เซนต์ แมรี ด้วยทีมสำรองแบบนี้ แต่พวกเขาก็ทำได้ตามเป้าหมาย และแทบจะไม่ต่างอะไรกับทีมชุดใหญ่ด้วยซ้ำ เพราะไม่ว่าจะชุดไหน ลิเวอร์พูล ก็ยังคงเป็น ลิเวอร์พูล อยู่วันยังค่ำ กองหลังดันขึ้นสูง เล่นไฮเพรสซิ่ง เน้นการครองบอล เน้นเกมรุกจากริมเส้น สกัดกั้นเกมโต้กลับ และสร้างโอกาสในการทำประตูได้อย่างมากมาย

ทีมตัวจริงเล่นกันแบบไหน ตัวสำรองเมื่อคืนนี้ก็เล่นแบบนั้น ซึ่งหากวัดศักยภาพแบบตัวต่อตัวโดยเฉพาะในแดนกลางและแดนหน้า มิลเนอร์, เอลเลียต, โจนส์ และ มินามิโนะ อาจจะสู้พวก ติอาโก้, เฮนเดอร์สัน, ซาลาห์, มาเน และ ดิอาซ ไม่ได้ แต่พวกเขาก็มีสไตล์การเล่นที่เป็นของตัวเองซึ่งสามารถสร้างความอันตรายให้กับแนวรับคู่ต่อสู้ได้ไม่น้อยเหมือนกัน นั่นเป็นเพราะฟุตบอลของ คล็อปป์ เน้นเรื่องระบบเป็นหลัก

ต่างกันตรงที่รายละเอียดเรื่องความสามารถเฉพาะตัว 3 กองหน้าตัวหลักอาจจะสามารถเลี้ยงกินตัว สร้างความปั่นป่วน ใช้ความเร็วเข้าจู่โจมคู่ต่อสู้ได้ดีกว่า แต่ 3 แนวรุกเมื่อคืนนี้ทั้ง โชต้า, ฟีร์มีโน และ มินามิโนะ ก็ไม่จำเป็นต้องเล่นให้เหมือนคนอื่น พวกเขาใช้ระบบทีมเวิร์ค ช่วยกันสอดประสานเพื่อสร้างพื้นที่ พยายามเจาะเข้าทำตรงกลาง เล่นบอลน้อยจังหวะ และก็สร้างโอกาสได้แม่แพ้กัน

เกมเมื่อคืนนี้ หงส์แดง เหนือกว่าอย่างชัดเจน พวกเขาส่องประตูเจ้าบ้านได้ทั้งหมด 14 ครั้ง ตรงกรอบ 5 ครั้ง ได้ลูกเตะมุม 9 ครั้ง ครอสบอล 39 ครั้ง และครองบอลเบ็ดเสร็จถึง 72% ใครที่ไม่ได้ดูเกมอาจนึกว่า คล็อปป์ เปลี่ยนทีมไม่กี่ตำแหน่ง แต่เราสามารถพูดได้เลยว่านี่คือชุดสำรองที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่เข้ามาคุมทีมก็ว่าได้

ผมมีความสุขมาก ๆ สำหรับฟอร์มการเล่นในวันนี้ พูดตามตรงว่ามันเป็นอะไรที่น่าประทับใจ เด็ก ๆ พวกนี้เหมือนรถเฟอร์รารีที่จอดเอาไว้ในอู่ ฮาร์วีย์, เคอร์ติส, ทาคุมิ มินามิโนะ แม้กระทั่ง อ็อกซ์เหลด ที่ไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ แต่พวกเขาก็มีฟอร์มที่โดดเด่น

มันเป็นเรื่องยากสำหรับเด็ก ๆ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มันเกิดขึ้นในปีนี้ มันเป็นเพราะพวกเขานี่แหละ มันยอดเยี่ยมมาก ๆ และคืนนี้พวกเขาแสดงให้เราได้เห็นแล้วเยอร์เก้น คล็อปป์ สดุดีบรรดาแข้งสำรองหลังเกม

เมื่อถึงจุดนี้ต้องยอมรับว่าแม้พวกเขาจะไม่ใช่ตัวหลัก แต่ก็ถือเป็นอาวุธลับและกองหนุนที่ช่วยพา ลิเวอร์พูล มาไกลถึงการลุ้น 4 แชมป์ได้อย่างน่าชื่นชม

ชอบบทความนี้แชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ
Scroll to Top